Back

บทความเรื่อง "พลเมือง ราษฎร ปวงชน ประชาชน" จาก ประชาชาติธุรกิจ

พลเมือง ราษฎร ปวงชน ประชาชน

 
 

คำว่าพลเมืองกลายเป็นข่าวใหญ่ และกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ สลับฉากการสนทนาปัญหาบ้านเมืองของผู้คนไปได้เหมือนกัน เพราะคนไทยเกือบทุกคนรู้จักคำทั้ง 3 คำนี้ดี แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเข้าใจความหมายทางนิรุกติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และความเป็นมาของคำต่าง ๆ ทั้ง 3 คำนี้แค่ไหน บริบททางรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ รวมทั้งประวัติความเป็นมาของคำทั้ง 3 คำนี้มีมาอย่างไร เข้าใจว่าคำทั้ง 3 คำนี้เป็นคำที่แปลมาจากภาษาต่างประเทศ อาจจะเป็นได้ทั้งภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส

คำว่า "คน" หรือ "ชาว" หรือ "ไท" เป็นคำไทยที่ใช้เรียก "คน" ที่เป็นพหูพจน์ เช่น คนกรุงเทพ คนเขมร หรือชาวกรุงเทพ ชาวเชียงใหม่ หรือไทบ้านเหนือ ไทเมืองพวน

เข้าใจว่าคำว่า "พลเมือง ราษฎร และประชาชน" เกิดขึ้นภายหลังโดยการแปลจากภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศสมาเป็นภาษาบาลี สันสกฤต หรือภาษาบาลี สันสกฤตปนกับภาษาไทยในกรณีคำว่า พลเมือง



เริ่มต้นจากคำว่า "ราษฎร" เป็นคำสันสกฤตที่อินเดียทุกวันนี้ก็ยังมีแคว้นแคว้นหนึ่งชื่อ แคว้นราษฎร หรือ Rashtra คำ "ราษฎร" ดูเหมือนจะแปลมาจากภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศสว่า "Subject" แปลว่าผู้อยู่ใต้บังคับของพระเจ้าแผ่นดิน หรือไม่ก็อยู่ใต้บังคับของประเทศอื่น ในกรณีที่ประเทศนั้นเป็นประเทศอาณานิคม บางคนก็แปลว่า "ไพร่" หรือ "ข้าแผ่นดิน" หรือ "ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน" ก็มี ในภาษาอังกฤษคำว่า "Subject" น่าจะต่ำกว่า "Commoner" ด้วยซ้ำ

คำว่า พลเมือง เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเกิดการปฏิวัติใหญ่ในฝรั่งเศสที่เริ่มต้นเมื่อปี ค.ศ. 1789 ชาวฝรั่งเศสลุกฮือกันขึ้นมาล้มล้างระบอบการปกครองของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ล้มล้างระบบชนชั้นต่าง ๆ ในขณะนั้น อันได้แก่ พระราชวงศ์ ขุนนางข้าราชการ สมณะ นักพรต นักบวช และไพร่ ประกาศความเสมอภาคของชาวฝรั่งเศสทุกคน ดังนั้น คำเรียกขานกันว่า Monsieur Madame หรือ Mademoiselle หรือ "นายผู้ชาย" "นายผู้หญิง" หรือ "คุณผู้หญิง" ถูกยกเลิก การทักทายกันให้ใช้คำว่า "คุณพลเมือง" หรือ "Citoyen" แทน ไม่ว่าจะทักทายเจ้า ขุนนาง สมณะ นักบวช หรือผู้อยู่ใต้บังคับ หรือ Subject ต่อมาคำว่า "Citoyen" จึงแปลเป็น "Citizen" ในภาษาอังกฤษ แต่อังกฤษไม่ใช้คำนี้ ใช้คำว่า "Commoner" หรือ "สามัญชน" ซึ่งสุภาพกว่าแทน

ในสมัยต่อมานโปเลียนได้ใช้คำว่า "พลเมือง" หรือ Citoyen อย่างแพร่หลาย เพื่อยกย่องพลทหาร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ซึ่งส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเป็นคนระดับรากหญ้า "กองทัพพลเมืองฝรั่งเศส" จึงมีขวัญและกำลังใจและคิดว่าเป็นกองทัพของคนฝรั่งเศสทั้งหมด ไม่ใช่กองทัพของพระเจ้าแผ่นดินอย่างแต่ก่อน ต่อมานโปเลียนสถาปนาตนเองเป็นพระจักรพรรดิ แต่ในที่สุดก็ถูกกองทัพพลเมืองฝรั่งเศสโค่นล้ม

มีอีกคำในภาษาอังกฤษคือคำว่า "Citizenship" ซึ่งเรามักจะแปลว่า "ความเป็นพลเมือง" สมัยก่อนเวลานั่งเครื่องบินไปต่างประเทศ ก่อนจะลงจากเครื่องจะต้องกรอกใบขออนุญาตเข้าเมือง ก็มีช่อง "Citizenship" หรือ "Nationality" ให้กรอก

"ความเป็นพลเมืองของประเทศ" ก็เลยกลายเป็นสัญชาติไป การเป็นพลเมืองของประเทศ หรือการมีสัญชาติของประเทศ มีสิทธิและหน้าที่มากกว่าคนที่มิได้เป็นพลเมืองของประเทศ

คำว่า "ราษฎร" เป็นคำเก่าแก่ที่มีใช้กันมานาน ในกฎหมายสมัยกรุงศรีอยุธยาและกฎหมายตราสามดวง ก็มีการใช้คำว่า "ราษฎร" หมายถึงคนโดยทั่วไปและใช้ตลอดมา

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองก็เรียกตนเองว่า "คณะราษฎร" คณะรัฐมนตรีชุดแรกก็เรียกว่า "คณะกรรมการราษฎร" สภานิติบัญญัติก็เรียกว่า "สภาผู้แทนราษฎร" ซึ่งยังคงเรียกกันจนปัจจุบัน

คำว่า "พลเมือง" น่าจะถูกนำมาใช้สมัยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เนื่องจากผู้นำคณะราษฎรบางท่านเคยเป็นนักเรียนที่ประเทศฝรั่งเศส จึงได้นำเอาคำนี้มาใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 ต่อมาก็กลายเป็นวิชาบังคับที่นักเรียนชั้นมัธยมจะต้องเรียนคู่กับวิชาศีลธรรม กลายเป็นวิชา "หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม"

ในส่วนที่เป็นหน้าที่พลเมืองก็ลอกมาจากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2475 เรื่อยมาจนถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2495 และมาเลิกใช้เมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 แต่วิชาหน้าที่พลเมืองก็ยังคงเรียนและสอนกัน ต่อมาอีกหลายปีจึงเลิกไปพร้อม ๆ กับคำว่า "พลเมือง" ต่อมาก็ใช้คำว่า "ปวงชน" แทนคำว่าราษฎร คงจะเป็นการใช้แทนคำว่า ประชาชน หรือคำว่า People ในภาษาอังกฤษ อาจจะมาจากอิทธิพลของอเมริกา สืบเนื่องมาจากสุนทรพจน์เกตทีสเบิร์กของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ที่ให้คำจำกัดความของรัฐบาลประชาธิปไตยไว้ว่า เป็น "รัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน" แต่แทนที่เราจะใช้คำว่า "ประชาชน" แทนคำว่า "ราษฎร" เรากลับใช้คำว่า "ปวงชน" แทน อย่างไรก็ตาม คำว่าปวงชนก็ใช้แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ เท่านั้น แต่ไม่ติดปากที่จะใช้กันทั่วไปในที่อื่น ๆ ไม่ว่าในหน้าหนังสือพิมพ์หรือในสื่ออื่น ๆ ยังนิยมใช้คำว่า "ประชาชน" มากกว่าคำว่า "ปวงชน"

คำว่า "พลเมือง" มาโผล่ขึ้นอีกครั้งในร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เริ่มตั้งแต่หมวดที่ 2 ประชาชน ส่วนที่ 1 ความเป็นพลเมืองและหน้าที่ของพลเมือง มาตรา 26 บัญญัติไว้ว่า "ประชาชนชาวไทยย่อมมีฐานะเป็นพลเมือง" ที่น่าสังเกตก็คือ ในมาตรานี้ใช้คำว่า "ประชาชน" ชาวไทย แทนคำว่า "ปวงชน" ชาวไทย ที่เขียนไว้ในมาตรา 3 "อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย" และมาตรา 5 "ปวงชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิดเพศหรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญเสมอกัน"

ร่างรัฐธรรมนูญจึงมีทั้งคำว่า "ปวงชน" "ประชาชน" และ "พลเมือง" ในที่ต่าง ๆ แทนคำว่า "ปวงชน" เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ โดยไม่มีคำอธิบาย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

คำต่าง ๆ ทั้ง 3 คำนี้แตกต่างกันอย่างไร เมื่อเปิดดูพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานฉบับล่าสุดก็ไม่ได้ความกระจ่างแต่อย่างใด เพราะทั้ง 3 คำนี้แปลเหมือนกัน

เนื่องจากมีการถกเถียงกันว่า "พลเมือง" คืออะไร ต่างจาก "ปวงชน" "ประชาชน" และ "ราษฎร" อย่างไร ก็เลยเอามาเขียนดูว่าจะมีปฏิกิริยาจากท่านผู้รู้อย่างไร

ถ้าใครทราบก็ช่วยบอกด้วย

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1430887063